สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว Thaisuperphone ผม @baron วันนี้จะมารีวิว Xiaomi Mi6 ให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน

ความเดิมตอนที่แล้วหลัง live เพื่อน ๆ คงได้ทราบ spec โดยคร่าวแล้ว คราวนี้ผมขออาสาไปเจาะลึกในแต่ละจุดตามความเห็นของผมหลังจากได้ลองเล่นเองแล้วละกันนะครับ




ข้อมูลสเปคโดยสรุป (ใครขี้เกียจอ่าน คืออ่านตรงนี้ละปิดไปเลยจ้า)
- ตัวเครื่องมีขนาด 145.17×70.49×7.45 มิลลิเมตร และ มีน้ำหนัก 168 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 5.15 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 540
- RAM 6GB
- ROM 64GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12(f/1.8) + 12(f/2.6)(TelePhoto) ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-Tone LED), รองรับเทคโนโลยีซูมภาพด้วยเลนส์แบบ Optical Zoom, การซูมแบบดิจิทัล 10 เท่า (X10 Digital Zoom), ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS ทั้งหมด 4 แกน (4-axis OIS), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และรองรับการถ่ายภาพในฟังก์ชัน Bokeh
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 3350 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 4.0
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Under-Glass Fingerprint Scanner
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) บนเทคโนโลยี Full Netcom 4.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ 2×2 Dual Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC


มา unbox กันเลย



เปิดกล้องมาเจอเครื่องสวย ๆ กันเลย



สาย charge แบบ usb type c


หัวชาร์จแบบ Quick Charge 3.0 (แต่เครื่องรับ 4.0 นะ)


มีเข็มจิ้มถาม sim

แถมเคสให้ด้วยจ้าว้าว

ตัวเครื่องที่เรารีวิวเป็นแบบสีดำ ceramic ทับด้วยกระจกเเบบ 2.5 D บางเพียง 7.5 mm น้ำหนัก 168g ด้านข้างเป็น stainless จ้า เงาวับจนตอนถ่ายนี้กุมหัวครับ สวยนะแต่ focus ไม่เข้า


- กล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f 2.0 ถ่ายภาพได้ที่ความกว้าง 80 องศา อัดวีดีโอ 1080 ได้ด้วย
- มีลำโพงสนทนาด้านหน้า
- มุมขวามี led ให้แสงเพื่อแสดงสถานะด้วยนะ
- เช็นเซอร์วัดระยะ เซ็นเซอร์วัดแสง


ด้านล่างจอมี 3 ปุ่ม ซ้ายเป็นปุ่มกดเปลี่ยน app ปุ่มกลางเป็นปุ่ม home และ sensor scan ลายนิ้วมือแบบ under-glass ซึ่งบอกเลยว่า scan ค่อนข้างยากไปซักหน่อย
ต้องคอยทำความสะอาดครับ แต่ถ้าพูดในเรื่องของความทน ก็น่าจะทนมาก ๆ นะครับ เนื่องจากไม่มีปุ่มจริงแล้วทีนี้ sensor ล้วน ๆ เลยจ้า และ ขวาสุดเป็นปุ่ม back

ด้านหลังเป็นแบบกล้องคู่ พร้อม flash แบบ 2 สีเพื่อให้ภาพออกมาเนียนขึ้น ความละเอียด 12(f/1.8) + 12(f/2.6)(TelePhoto) ล้านพิกเซล ถ่าย RAW,HDR, ปรับ ISO ได้ และ อื่น ๆ อีกเพียบแบบ manual
ปรับความเร็ว shutter ตั้งเเต่ 1/1000 วิ - 1/4 วิ และ ปรับ ISO ได้ตั้งเเต่ 100 - 3200


ลงลาย MI ด้านหลังอย่างสวย


- ด้านบนเป็น IR Blaster สำหรับสั่งควบคุมด้วย infrared และ ไมโครโฟน
- แถมด้านข้างไปเลยละกัน มีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และเปิดปิดเครื่องด้านขวาครับ
- ด้านซ้ายเครื่องจะเป็นถาดใส่ซิม ซึ่งใส่ได้ 2 ซิมนะ หรือจะใส่ 1 ซิม 1 microsd card ก็ได้
- รองรับ fullnetcom 4.0 (การ active standby 4g ได้ 2 ซิม)
- NFC ก็มีในรุ่นนี้นะเออ


ด้านล่าง : ช่องเสียบเสียบสายแบบ USB type C รองรับ Quick Charge 4.0 และ ข้างๆจะเป็นในส่วนของลำโพงจะอยู่ด้านขวา เเละ ช่องลำโพงรูไมโครโฟนจะอยู่ด้านซ้ายครับ


รูปสุดท้ายถ่ายแบบสู้แสงให้ดูครับพลังของ 600 nits ก็พอมองกลางแจ้งได้ ส่วนตัวเครื่องด้านปุ่มเพิ่มลดเสียง และ ถาดใส่ซิมไม่ได้ถ่ายมาให้ดูนะครับ เครื่องเงาเกิน focus ไม่เข้า T^T


อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง
- หัวชาร์จแบบไฟแบบ 3.0
- สายชาร์จ USB (สีขาว)
- คู่มือ
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เคสใสสีเทาดำ
- หัวแปลงหูฟัง 3.5 มม. สีขาว


มาว่ากันเรื่องของ hardware
- SoC


   > ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835
       - ผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่ 10 nm (เล็กนะเนี่ยทำเป็นเล่น)
       - มี 8 cores
       - สถาปัตยกรรมแบบ big.LITTLE 2 clusters (ใหญ่ทำงานหนัก เล็กทำงานเบาประหยัดไฟ)
          >> 4 cores แรกวิ่งที่ 2.46 GHz
          >> 4 cores สองวิ่งที่ 1.90 GHz
       - 64 bits (สมัยนิยมแห่งความแรง)


   > หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 540 แรงกว่ารุ่นเดิม 40% เองจ้าเบา ๆ


- จอภาพ
   > ขอใช้โฆษณาภาษาจีนเลยนะครับเนื่องจากประทับใจจอมันมากจริง ๆ จัดไป 3 จุดเด่น
       - จอที่ฉายแสงเพียง 1 nit (ให้แสงในจอน้อยมาก) จนเล่นที่มืดไม่ปวดตาครับ คือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบแอบแฟน หรือ แม่ ในการเล่นโทรศัพท์จะเหมาะมาก
       - แต่ในที่สว่างสามารถเปล่งแสงได้ถึง 600 nit ถือว่าค่อนข้างสว่างครับสู้แสงแดดได้ ....... ลองถ่ายตอนออกแดด
       - ให้สีตามมาตราฐาน NTSC 94.4% (มาตราฐานสัญญาณภาพ ยิ่งมาก ภาพที่เราเห็นจากจอนี้ก็ยิ่งสวย)


- เสียง ว่ากันด้วยเรื่องของเสียง เป็นเรื่องที่ผมใช้เวลาในการ test พอสมควรเลยครับ ออกตัวก่อนว่าไม่ใช่พวกหูทองนะ บ้าน ๆ นี่แหละแต่สนใจเรื่องเสียงช่วงนึง

   > ลำโพง
      เป็นแบบ Dual Speaker ครับ คล้าย ๆ Boomsound ของ HTC โดยใช้ลำโพงสนทนากับลำโพงท้ายเครื่อง ในการให้เสียงซ้ายขวาแบบ Stereo
      เท่าที่ฟังเสียงดูก็ได้เวทีเสียงที่กว้างกว่าพวกลำโพงเดียวเหมือน iPhone 6s ครับ แต่รู้สึกได้ว่าความแน่นของเสียง และ เสียงย่านต่ำเช่นพวกเบสช่างน้อยนิดเหลือเกิน
      แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกกลาง หรือ สูงจะคมนะครับ มันกลบย่านกันเองด้วย เอาเป็นว่ามันก็พอฟังได้ครับ ถ้าเน้นดัง ๆ อย่างเดียว


   > หูฟัง
      ในมุมมองคนเคยเล่น Mi3 มาก่อน การเสียบหูฟังเป็นเรื่องที่ประเสริฐกว่าจะฟังลำโพงภายนอกครับ แต่พ่อเจ้าประคุณทูลหัวไม่มีช่อง 3.5 mm ให้ซะงั้น แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะ Xiaomi
      เค้าก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไป แถมตัวแปลงมาให้ เราก็เสียบละฟังซะ โดยผมใช้หูฟังรีวิว 3 อัน ตามความบ้าพลังของตัวเอง แบ่งการทดสอบเป็น เปิดและปิด Mi Sound Enhancer
      โดยใช้หูฟัง 3 แบบ in-ear, earbud และ overear ออผมใช้เพลงจาก youtube นะเอาแบบบ้าน ๆ นี่แหละ


       - ผลการทดสอบแบบปิด Mi Sound Enhancer บอกเลยว่าห่วยมากทั้ง 3 หูฟังไม่อยากฟังต่อเลยเสียงแหบล้วนไม่มี impact ใด ๆ ทั้งสิ้น
       - ผลการทดสอบแบบเปิด Mi Sound Enhancer โดยเลือกเป็น แบบ general เพราะผมคิดว่ามันดูเข้าท่าที่สุดแล้ว

          >> ทดสอบด้วย earbud YUIN PK2 สนนราคา 1,9XX บาท character หูฟังอันนี้จะมี character ไปทางกว้าง กังวาล โอ่อ่า และใส
                คือ ต้องบอกเลยว่าไม่เหมาะกับ Mi6 อย่างรุนแรงมาก ฟังละไม่เพราะเอาตรง ๆ เพราะนางเน้นเบสหนักบ้าหลังมากผลที่ได้คือ เสียงเบสบวมล้น เสียงที่ว่าโอ๋อ่ากังวาลหายหมดครับ
                เสีย character หูฟังไปเลย ลองเอาไปฟังพี่เอ็ด ชีรานก็ ไม่ตุแง้ว ๆ เหมือนเดิม ใครมีวิธีให้มันเข้ากันได้ก็บอกผมนะ


          >> ทดสอบด้วย overear SONY Wireless Gold Headset สนนราคา 3,XXX บาท เป็นหูฟัง Gaming ของ admin เองจ้า เสียงไปแนวกว้างแต่กลาง ๆ ทุกอย่าง
                พอเจอเจ้า Mi 6 เข้าไป ด้วยความทีเป็นหูฟังใหญ่ก็ต้องบอกว่ามันส่งพลังขับได้สูงเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ถึงกับประทับใจมาก เรียกได้ว่าก็ฟังได้แต่ความประทับใจไม่มี
                ไม่รู้จะเอามาขายยังไงข้ามไปละกัน แหะ ๆ


          >> ทดสอบด้วย in-ear Audio Technica CKR7 สนนราคา 3,XXX บาท ได้มาฟรีครับด้วยความหล่อ character ไปทางฟังสนุกข้อดีของมันคือ มันคุมโทนได้ไม่ว่าต้นเสียงจะอัดมาโหดอย่างไร
                ไม่มีล้นครับ เลยกลายเป็นคุมเจ้า Mi6 ได้ดีซะงั้นเลย ถ้าจะเปรียบก็เหมือน Mi6 พลังขับมาสูงอะไรแบบม้าพยศเจอบังเหียนโหด ๆ คุมไม่ให้เสียงล้นย่านต่าง ๆ ก็สบายเลยครับ
                เบสมาเป็นลูก ๆ อิมแพคกันแบบโยกหัวตามอะครับ

*** ทิ้งท้ายไอ้ที่ว่าไม่เพราะ ๆ บางการทดสอบ บวมบ้างอาจจะเป็นเพราะ source คือ youtube ด้วยนะครับ เพราะถ้า MI6 ไปขยายสัญญาณเพลงที่ต้นฉบับมันก็ไม่ถึงกับมากมันก็เพี้ยนเป็นธรรมดา
แต่ก็ยังดื้อเอามาทดสอบ เพราะอยากมาวัดกันแบบคนทั่วไปนี่แหละ ขี้เกียจโหลด flac ด้วยประเด็น แหะ ๆ


- การกันน้ำ ทาง Xiaomi กล่าวว่า port อะไรที่น้ำเข้าได้เค้าก็พยายาม seal ให้แล้วนะ แต่ย้ำว่ากันน้ำหกใส่เฉย ๆ หาใช่จุ่มไม่
เท่าที่ไปค้นคว้ามาก็มีคนเอาไปจุ่มน้ำแล้วปลอดภัยนะแต่อย่าลองดีกว่าครับ


แนะนำ benchmark
- Multi-Touch 10 จุด


- Test network Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac แบบ MU-MiMO 2*2 เอาเป็นว่าถ้าไม่เข้าใจดู speed จริงที่ทำได้เลย
ก็จัดไปครับเต็ม speed แบบ ping ต่ำ ๆ speed เต็ม ๆ ที่ 54.41 download / 21.42 upload แรงกว่าคอมพิมพ์งานผมอีกอะ


- มาดู speed จาก AnTuTu กันบ้าง กดกันไปเบา ๆ ครับ 160,933 คะแนน ถามว่าทำไมได้เยอะกว่าตอน live ผมยัดมันเข้า mode gaming ครับแหะ ๆ


- ผลจาก geekbench ทั้ง single และ dual core score


- เรื่อง sensor มาเป็น benchmark ละกัน ก็ sensor ครบถ้วนดีครับ ยกเว้น sensor วัดอุณหภูมิตามภาพ


- เรื่องของ gps กันบ้าง พูดเลยว่าเร็วแม่นขึ้นเยอะ Mi ปกตินี่ขึ้นชื่อว่า gps ห่วย แต่วันนี้เขาไม่ห่วยละนะ
ผมอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าดีขนาดไหน แต่เทียบกับ Nexus 6 ข้าง ๆ กันที่ condition เดียวกัน
ปัจจุบันนี้นางยังหาที่อยู่ตัวเองไม่เจอเลยจ้า


- และ benchmark ที่ขาดไม่ได้เลยในวินาทีนี้คือ memory test เท่าทีดูก็ได้มาตราฐานระดับ UFS 2.0 นะเร็วอยู่ครับ


รีวิวในส่วนของ application กันบ้าง

- UI ก็ยังคง minimal แต่จุ function เพียบตาม style MIUI เรื่องลื่นไหลนี่เอาจริงคือเบื่อจะพูดละมันลื่นมาก ๆ
ต่อไปนี้เอาเน้น ๆ ที่ผมชอบนะครับ ถ้าผู้อ่านอยากรู้ไรเพิ่มหลังไมค์มาโลด


- Remote TV อันนี้ผมชอบมากนะครับ คือมันเอาไว้แทนรีโมทแทบจะอะไรก็ได้เลยที่ใช้ infrared หน่ะนะ สะดวกมาก ๆ


- แอพสำหรับโทร แน่นนอนมันเป็นโทรศัพท์นี่นะ หน้าตาแบบนี้จ้า


มีแอบแถม โปรแกรม block เบอร์โทรให้เราด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องโหลดเพิ่มกันละ


- มือถือเครื่องนี้รองรับการ scan ลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเข้าใช้งานมือถือด้วยนะ
  แนะนำให้ทำ 2 นิ้วไปเลย เนื่องจากปลดเหมือนจะยากเหมือนกันต้องคอยเช็ด
  โดยระบบที่นำมาใช้คือ under glass finger scan ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือ ใช้เสียง ultra-sonic
  อ่านลายนิ้วมือเรานั่นแหละ จึงสามารถใช้กระจกเป็นปุ่ม home ได้แทนปุ่มแบบ iPhone6s



- อีกอันที่ชอบมากคือ application scan โดยสามารถถ่ายรูปแล้วแปลงเป็นเอกสารได้เลย หรือ ถ่ายรูปแล้วอ่าน barcode ได้
  มากกว่านั้นอีกคือ เอากล้องไปแปลภาษาได้เลยโหดมาก (ตอนนี้ยังแปลได้แค่ไปกลับจีน <-> อังกฤษ)



- เรื่องการจัดการพลังงาน กดเบา ๆ ไปที่ battery saver ได้เลยครับไม่ต้องคิดเยอะ อยู่ได้ยันเย็น


- รีวิวกล้อง เรียกได้ว่ารุ่นนี้จุดเด่นน่าจะกล้องเป็นหลักเลยครับ ตัว software ผมว่าก็ไม่ยุ่งยากดีนะครับ
  > อย่างหน้าแรกเปิดกล้องมาก็โล้น ๆ เลย ซ้ายบนเปิดปิด flash
  > กลางเปิดโหมดถ่าย portrait หรือ หน้าชัดหลังเบลอ
  > ขวาเปิดปิด HDR (ออวินาทีนี้ถ้าเราปรับแร่งแสงละกด HDR ถ่ายไม่ได้นะครับค้าง เป็น bug software)
  > 1x ที่เห็น คือปรับระหว่าง mode zoom กับไม่ zoom คือกล้องด้านหลังเรามีแบบกว้างกับแบบ ถ่าย zoom หน่ะครับ
  > ซ้ายล่าง รูปช่อง 7 แบบไม่มีสีคือปรับ filter ของภาพจ้า
  > โหมดไว้ถ่ายพวก panorama, ปรับ manual และโหมดกล้องอื่น ๆ อีก



พอเรากดรูปคนตรงกลางหน้าจอกล้องก็ตะพบกับโหมดถ่ายภาพ portrait
โดยเงื่อนไขจะออกมาแบบละลาย ๆ สวย ๆ หน่อยก็ตามภาษาไทยที่เขียนด้านล่างเลยจ้า


ถ้าเรากดเครื่องหมายช่อง 7 ก็จะเจอ filter ถ่ายภาพสวย ๆ มากมาย


และสุดท้ายโหมด manual ที่มีในมือถือตัวท้อปอย่าง MI6 อยากปรับไรจัดเต็มไปเลยครับ ได้กล้องโปรแบบย่อม ๆ มาเลยละ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง XIAOMI MI 6

ภาพนี้ใช้โหมด portrait เลยลองละลายดู



ลองใช้โหมดสีถ่ายบ้าง





เอามุมแบบยกถ่าย ๆ ได้ภาพเลยบ้าง



อันนี้ลองใช้ zoom แบบ optical


แสงเริ่มโพล้เพล้ละเป็นไงบ้างแบบ HDR


HDR จ้า


HDR ภายในอาคารกันบ้าง


เอาแบบหลังละลายเละเทะซักรูป


งานเก็บ detail ก็มาครับดูขนได้อย่างชัด


ถ่าย text มั่ง


ขาดไม่ได้ครับอาหาร หิวเว่อ



การเล่นเกม สั้น ๆ เลยลื่น ไม่อยากพูดเยอะดูคลิปเลยครับ

    - Clip1
    - Clip2

จุดเด่น
- จอสวย
- งานประกอบดีสวยงาม เครื่องดู premium มาก
- ลำโพงคู่เสียงดังดี
- แบตเตอร์รี่อึดอยู่ได้ถึงเย็น
- จับสัญญาณ wifi ดี เนทวิ่งเต็ม speed
- เล่นเกมส์ลื่น อัดเกมไปเล่นไปด้วยได้เลยเอ้า
- ระบบกล้องคู่ถือว่าทำได้ดีเลยสวย ยกปุ๊ปได้ภาพเลยจัดองค์ประกอบดี ๆ พอ
- GPS ถือว่าทำได้โอเค

ข้อสังเกตุ
- โหมดโบเก้ยังทำออกมาไม่ดีอาจรอ software update
- กล้องหน้ายังไม่คม
- การตัดหูฟัง 3.5 ทิ้ง ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร
- ลำโพงคู่รายละเอียดเสียงดูไม่ครบนะ ผมว่าขาดเบส มันยังไม่ค่อยแน่นอะ ลองฟัง iPhone6s ดู
- ระบบยังไม่ดีเครื่องค้างเเละรีแอพเอง รออัพเดทอีกที